Get Adobe Flash player

"คนเห็นแก่ตัว  คนเห็นแก่ได้ คนอื่นจะเสียหายฉันไม่สน  ฉันได้ฉันพอใจแล้ว  แต่การได้ในทางที่ไม่ถูกต้องน่ะอย่าว่าสบายใจนะ  ได้ในทางที่ไม่ถูกต้อง  อย่าว่าสบายใจ  อย่าว่ามีความสุข  ได้ในทางไม่ที่ไม่ถูกต้องคือการกระทำนั้นล่ะไม่ถูกต้อง  ถึงจะได้อะไรมาๆ ก็ได้อันเกิดจากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง การกระทำที่ไม่ถูกต้องน่ะทำแล้วหาความสบายใจไม่ได้  ถึงจะยิ้มแย้มแจ่มใส  อยู่บ้านใหญ่ๆ  นั่งรถคันงามๆ  แต่ในหัวใจน่ะไม่มีความสุขดอก"

ธนากโรวาท  หลวงพ่อแบน  ธนากโร 
วัดดอยธรรมเจดีย์  อ.โคกศรีสุพรรณ  จ.สกลนคร

“อย่าเห็นเงินมีค่ากว่าน้ำใจ”

   คนบ้านเดียวเมืองเดียวกัน  ก็ต้องมีน้ำใจต่อกัน  มีการเสียสละ  มีการให้อภัย  อย่ามีการเอารัดเอาเปรียบกัน  จึงเรียกว่าคนบ้านเดียว  มีการเสียสละ   มีการให้อภัย   คำว่าเห็นแก่ตัวๆ  เห็นแก่ได้  คนอื่นจะเสียหายไม่สน  ในลักษณะนี้  คนยังไม่มีการพัฒนา  คนล้าหลัง  คนป่าเถื่อน  คนเห็นแก่ตัว  คนเห็นแก่ได้ คนอื่นจะเสียหายฉันไม่สน  ฉันได้ฉันพอใจแล้ว  แต่การได้ในทางที่ไม่ถูกต้องน่ะอย่าว่าสบายใจนะ  ได้ในทางที่ไม่ถูกต้อง  อย่าว่าสบายใจ  อย่าว่ามีความสุข  ได้ในทางไม่ที่ไม่ถูกต้องคือการกระทำนั้นล่ะไม่ถูกต้อง 

   ถึงจะได้อะไรมาๆ ก็ได้อันเกิดจากการกระทำที่ไม่ถูกต้อง การกระทำที่ไม่ถูกต้องน่ะทำแล้วหาความสบายใจไม่ได้  ถึงจะยิ้มแย้มแจ่มใส  อยู่บ้านใหญ่ๆ  นั่งรถคันงามๆ  แต่ในหัวใจน่ะไม่มีความสุขดอก  ถ้าหากว่ามีการกระทำในทางที่ไม่ถูกต้อง  ไม่ชอบธรรม  ที่พระพุทธเจ้าท่านทรงตรัสไว้  สีเลนะสุคะติงยันติ  คนที่จะมีความสุขในใจ  คนนั้นต้องเป็นคนมีศีลธรรมในใจ  ถ้าหากว่าคนไม่มีศีลธรรมในใจแล้ว  มองภายนอกนี่จะหรูหราโอ่อ่าเฉิดฉายขนาดไหนเพียงไรก็ช่าง  แต่ภายในนั่นน่ะไม่น่าดูดอก  แม้แต่เจ้าของเขาเองเขาก็ดูเขาก็ไม่อยากดู  ไม่อยากดูเจ้าของ  คำว่าไม่อยากดูเจ้าของนี่  หมายถึงไม่อยากดูใจเจ้าของนั่นนะ..

   “ศีลเท่านั้นจะทำให้มีความสุข  ไม่มีศีลแล้วอย่าไปปรารถนาเลยความสุขไม่เจอดอก  ถ้าหากว่าเจอนี่พระพุทธเจ้าเราไม่ต้องกราบดอก  ทุศีลแล้วมีความสุขนี่อย่าไปกราบพระพุทธเจ้า  กราบคนกินเหล้านั้นน่ะ  ไปกราบคนกินเหล้าเสีย”

   ..ตรงไหนก็เมืองไทย  ตรงไหนก็คนไทย  เราต้องเมตตาต่อกัน  มีน้ำใจต่อกัน  อย่าเห็นคำว่าเงินนี้ค่ากว่าน้ำใจ   อะไรก็เป็นเงินๆ  ไปเสียหมด  บางทีไม่มีเงินมาให้ล่ะ  คล้ายๆ กับบางทีก็ไม่อยากเหลียวดูนะ  นี่แสดงว่าคนเห็นแก่เงิน  เงินมีค่ากว่าคนใช้ได้เหรอ  เงินมีค่ากว่าคนทั้งคนอันนี้ไม่ถูกดอก  ไอ้เงินอันนั้นแล้วแต่มันจะเกิดจะเป็น  แต่ทีนี้คำว่าคนต้องมีค่ากว่าทุกสิ่งทุกอย่าง  เรียกว่าต้องมีน้ำใจต่อกัน  พระพุทธเจ้าท่านสอนให้มีน้ำใจต่อกัน  มีความสามัคคีกัน  เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  แล้วอยู่เป็นสุข  ประเทศชาติก็มีความสุข  เพราะคนในบ้าน  คนในประเทศชาติ  สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ถ้าหากว่าคนในบ้าน   คนในประเทศชาตินี่  เป็นพรรคเป็นพวก เป็นกกเป็นหมู่นั่นล่ะ  เป็นแก๊งค์เป็นก๊วนขึ้นมาล่ะ  แม้แต่ในบ้านเดียวก็ช่างเถอะ ไม่มีความสุขดอก พี่น้องกันก็ช่าง  ผัวเมียกันก็ช่าง  ไม่มีความสุข   ถ้าสามัคคีกันแล้วถึงไม่ใช่พี่น้องกันก็มีความสุข  ความสามัคคีนำมาซึ่งความสุข  พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้เป็นความถูกต้องที่สุด

   ใครต้องการความสุขๆ  นี่  เป็นหมู่เป็นพวกนี่  ให้มีความสามัคคีต่อกัน  จะไปทำการทำงานอยู่  ณ  สถานที่ใดก็ให้มีความสามัคคีเสียสละซึ่งกันและกัน  การเอารัดเอาเปรียบคนอื่น  อันนั้นเป็นคนที่ยังไม่มีการพัฒนา  ยังล้าหลัง  เมื่อกี้ใช้คำพูดว่าป่าเถื่อนซ้ำ  ในเมื่อเห็นแก่ตัวๆ  นั้นน่ะ  คือดึงประเทศชาติให้ล้าหลัง  เสียสละๆ  ให้อภัยนี่  ต่างคนก็ต่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  มีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์ๆ  เป็นการพัฒนาประเทศชาติ  เป็นการพัฒนาครอบครัว  ถ้าหากว่าครอบครัวต่างก็มีกำลังใจ  สามีก็เป็นกำลังใจของภรรยา  ภรรยาก็เป็นกำลังใจของสามี  ต่างคนต่างมีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์  มีโอกาสที่จะเป็นปึกแผ่นแน่นหนามั่นคง  เพราะต่างคนต่างก็ช่วยกันหา  ต่างคนก็ต่างกันช่วยประหยัด  ก็มีโอกาสที่จะเป็นกอบเป็นกำ  เป็นหลักเป็นฐาน  ลูกเต้าโตขึ้นมานี่  ก็คล้ายๆ  กับว่าไม่น้อยหน้าต่ำตาในบรรดาหมู่เพื่อนๆ 

   ในเมื่อสังคมไทย  พ่อครัวของคนไทยของเราเป็นลักษณะนี้เศรษฐกิจดี  เพราะทุกคนพออยู่พอกินอันเกิดจากความขยันขันแข็ง  ถ้าหากว่าไม่สนใจการที่จะไม่ขยันขันแข็ง  ไม่สนใจในการที่จะประหยัดมัธยัส  ฟุ่มเฟือยสนุกสนาน  แข็งขันกันใช้เงิน  แข่งขันกันซื้อข้าวซื้อของ  บางทีแข่งขันกันซื้อของต่างประเทศซ้ำ  คนไหนใช้ของในประเทศไทยคนนั้นโอ้ย  คนนั้นไม่เหลือของเมืองไทยไม่ดี  สู้ของต่างประเทศไม่ได้  แข่งขันกันซื้อ  ใครใช้ของนอกคนนั้นโอ้โห้  เดินผ่านไปบางทีคนเหลียวดูตามหลังก็มีนะ  ถ้าหากว่าได้ใช้ของในต่างประเทศน่ะ   แข่งขันกันอย่างงั้น    ไม่แข่งขันกันใครเป็นคนที่สมบูรณ์ด้วยศีลห้า  ยกท่านผู้นั้นๆๆ  คนไหนไม่มีศีลห้านี่อย่าไปสน

   เดี๋ยวนี้น่ะใครมีเงินได้อย่างเดียวละ  เท่านั้นล่ะ  จะได้เงินมาจากไหนๆ  โอ้โหยท่าน  สวัสดีท่านๆๆ  ทั้งนั้นล่ะ  ถ้าหากว่าสังคมเป็นอย่างนี้ล่ะมีปัญหา  ใครจะมีความสามารถแค่ไหนก็ช่างเถอะจะมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้  ต้องทุกคนนี่พากันแก้ปัญหาเศรษฐกิจของเจ้าของ  แก้เศรษฐกิจภายในครอบครัวของเจ้าของนี่  เรียกว่าพึงเจ้าของได้ๆๆ  อย่าไปสนใจเงินที่ไปหากู้ยืมเขามาจนเกินไป  สบายเศรษฐกิจพอเพียง  ในน้ำมีปลา  ในนามีข้าว  ตรงไหนเหลียวไปดูน่ะ  มาล่ะเห็นมั้ยน่ะจากสารคามมานี่สองข้างทางมีแต่ข้าวเขียวไปหมด  แล้วจะไปกลัวอะไรอดยากล่ะ  ขออย่างเดียวให้อยู่อย่างคนไทยๆ  อยู่อย่างความเป็นไทย  คนไทยก็เคยประเพณีวัฒนธรรมคนไทยเป็นยังไงอยู่กันอย่างงั้นนี่  แล้วจะมีความเป็นไทยคือไม่เป็นทาสของใคร  ไม่ต้องไปกลัวหรอกฝรั่ง  ดีไม่ดีน่ะมันจะมาขอข้าวเรากินซ้ำ   เขาไม่ได้ทำนา....

คัดลอกจากส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนา
เรื่อง  “มีศีลมีความสุข”        


Copyright © 2559. หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต วัดป่าสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร 47000 All Rights Reserved.